ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โพสต์

ข้อมูล + ลงมือทำ = ความรู้

                     ทุกวันนี้เป็น ข้อมูล เป็นสิ่งที่หาและเข้าถึงได้ง่าย การเริ่มทำอะไรสักอย่าง อาจไม่ต้องเริ่มจาก ศูนย์เสมอไป เทคนิคหลาย ๆ อย่าง หรือ ความรู้ในสิ่งต่าง ๆ มีการสรุปไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หนังสือ การเรียนออนไลน์ หรือ อ่านจากบทความต่าง ๆ ทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ข้อมูลอาจมีมากเกินไปด้วยซ้ำ เราจึงต้องเลือกทางทีง่าย และ เร็วที่สุด เวลาของทุกคนมีจำกัด เราไม่สามารถเรียนรู้ศาสตร์ทุกอย่างได้ เพื่อไม่ให้เสียเวลาในแต่ละวันไปอย่างไร้ค่า จึงต้องโฟกัสในสิ่งที่เราอยากรู้ หรือ ตั้งใจที่จะทุมเทให้กับสิ่งนั้นจริง ๆ            ด้วยความที่โลกอินเตอร์เน็ตมีข้อมูลมากมาย สิ่งที่ตามมาคือ ความถูกต้องของข้อมูล คงจะไม่มีใครที่จะคัดกรองข้อมูลเหล่านั้นว่าเป็น ความจริง หรือ สิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ เราเองในฐานะที่เป็น ผู้เสพข้อมูล ต้องใช้สติในการไตร่ตรอง ข้อมูลที่ได้รับเข้ามาในแต่ละวัน บางอย่างเป็นเพียงข้อคิดเห็น และ บางอย่างไม่เป็นความจริงก็ได้           เมื่อมีข้อมูลที่ผ่านการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง จะเกิดเป็นความรู้ และจะเป็นความเชียวชาญ ในที่สุดความรู้นั้น ก็จะติดตัวเราไปตลอด สามารถแนะนำผู้อื่นต่
โพสต์ล่าสุด

ปัญหา

       ปัญหา คำที่ทุกคนไม่อยากเจอ แต่เชื่อเถอะ ว่า เราจะต้อง พบเจอกับปัญหา ต่าง ๆ มากมาย ไม่เว้นแต่ละวัน อาจจะเป็นปัญหา เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แก้ไขได้บ้าง หรือ แก้ไขไม่ได้บ้าง เป็นสิ่งที่เราหลีกเลียงไม่ได้ แต่หากเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว เราจะมีวิธีจัดการกับปัญหานั้นอย่างไร        สิ่งที่สำคัญกว่า การจัดการปัญหาตรงหน้า คือ การจัดการความรู้สึก หรือ ความคุมตัวเองก่อน ให้เวลา คิดวิเคราะห์ ถึง สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา จากนั้นค่อยลงมือทำ ดีกว่า ลงมือทำโดยขาดการ คิดให้รอบคอบแล้วปัญหาเล็ก อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมาได้      เรื่องบางเรื่องก็อาจไม่ได้เป็นปัญหา แต่เกิดจากความไม่เข้าใจ หรือ การด่วนตัดสินใจ โดยไม่ได้ดูรายละเอียดของเรื่องนั้นให้ดีเสียก่อน ก็จะเกิดเป็น ปัญหาขึ้นมาทันที และ หากเราแก้ปัญหานั้นได้ รู้วิธีแก้ไข เรื่องนั้นก็ไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป แต่ก็จะมีปัญหาใหม่ ๆ ที่ยังไม่รู้วิธีแก้ไขตามมีอีกไม่จบสิ้น เพียงเราเรียนรู้และ ทำความเข้าใจ ว่า ปัญหา เกิดขึ้นได้ตลอด เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเราจะรับมือ และ จัดการให้ปัญหานั้น อย่างมีสติ คิด วิเคราะห์ อย่าง มีเหตุผล ปัญหาทุกอย่างก็จะหมดไ

ความเชื่อ,สุดขอบฟ้า,เชื่อมั่น,GET OUT

          4 เพลงที่มีความหมายในการ ทำตามความฝัน สร้างพลังในการลงมือทำอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้เพียงแค่เราลงมือทำ หรือ จะปล่อยให้ความฝันนั้น เป็น แค่ภาพ ที่อยู่ตอนเราหลับ และ หายไปในตอนเช้า หรือ จะทำให้ภาพนั้นอยู่กับเรา ในความเป็นจริง 1.ความเชื่อ Bodyslam - Feat.แอ๊ด คาราบาว "ชีวิตมันต้องเดินตามหา ความฝัน หกล้มคุกคลานเท่าไหร่มันจะไปจบที่ตรงไหนแต่จะยังไงก็ต้องไป ให้ถึง ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้ม แต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำว่า ครั้งหนึ่งเคยก้าวไป "   2. สุดขอบฟ้า Thaitanium - Feat.แอ๊ด คาราบาว "ถ้าหากวันนั้นไม่ลองดู วันนี้คงไม่รู้ว่าเราจะยืนอยู่ตรงที่ใด ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเสียดายที่ไม่ได้ทำ ชีวิตคง หมดความหมาย หากเราไม่ทำ.."   3. เชื่อมั่น - EBOLA "สิ่งที่คิดมันอาจไม่ใช่ความฝัน ข้ามกำแพงไปสู่จุดนั้นด้วยความจริง" 4. GET OUT - EBOLA "จะอยู่แบบคนฝันเก่งที่นอนฝันมันไปอยู่อย่างนั้น หรือ ตื่นขึ้นมา เพื่อลอง ไขว่คว้า ในสิ่งที่ฝัน" 

ลำบากวันนี้สบายวันหน้า VS ขี้เกียจวันนี้สบายวันนี้

              ความเป็นมนุษย์ มักจะมีความ ขี้เกียจ เป็นเรื่อง ธรรมดา เพราะสมอง มักจะเลือกทาง หรือ วิธีที่ประหยัดพลังงานมากที่สุด ซึ่งก็อาจจะเป็นผลดี หากใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด            แต่ถ้าเรายอมทำตาม ความสบายที่สมองเลือกให้ตลอด โดยที่ไม่ได้ไต่ตรองดูผลที่จะตามมาให้ดีเสียก่อน ก็อาจเป็นไปได้ว่า หนทางความสบายตรงหน้า เมื่อถึงปลายทาง อาจเป็นความลำบากที่เคย หลีกเลี่ยงมาก็เป็นได้ เหมือนดั่งคำพูด ที่ว่า "ลำบากวันนี้สบายวันหน้า" แต่สมอง อาจจะบอกเราว่า "ขี้เกียจวันนี้สบายวันนี้"            หากเราใช้ความคิด ที่ไม่ใช่อารมณ์ คิดถึงผลที่จะตามมาจากความขี้เกียจนั้น ให้ดีเสียก่อน ความสบายตรงหน้าเมื่ออาจจะนำไปสู่ความลำบากในภายหลัง  เราจึงต้อง ใช้เหตุผล เหนืออารมณ์ในการตัดสินใจที่จะทำหรือไม่ทำ เพราะไม่ว่าเราจะเลือก ทางที่ ลำบาก (ลงมือทำ) หรือ ทางที่สบาย (ขี้เกียจในสิ่งที่ควรทำ) สุดท้ายแล้วยังไง เราจะต้องพบเจอ ทั้ง ความสบาย และ ความลำบาก อยู่ดี            แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการเลือกนั้นอาจแต่ต่างกัน หากเปรียบเทียบความ ลำบาก คือ ล้มเหลว สบาย คือ สำเร็จ ก็จะเกิดคำพูดใหม่ ที่ว่า &quo

ความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้

                                                             ความกลัว คำนี้ฟังดูแล้ว อาจเป็นคำที่แทนความหมายของ สิ่งที่เราไม่อยากพบเจอ บางทีอาจเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่เรา คิด วิตก กังวล กลัวว่ามันจะเกิดขึ้น เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน  กับ อีกความหมายหนึง คือ ความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้จนไม่กล้าลงมือทำ  ถ้าเรายังไม่รู้  ยังไง ๆ เราก็ต้อง กลัวสิ่งนั้น เช่น กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี กลัวว่ามันจะล้มเหลว หรือ เหตุผลต่าง ๆ ที่ทำให้เรากลัว ไม่กล้าลงมือทำ                                    ซึ่งปัญหา ความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ วิธีแก้ เพื่อเปลี่ยนความกลัวเป็นความ กล้า เราก็รู้ ๆ กันอยู่ นั้นก็คือ การหาความรู้เพิ่มเติมนั้นเอง หากสิ่งนั้น เป็นสิ่งที่ เคยมีคนอื่นทำได้ จะมีวิธี หรือ แนวทางที่จะลงมือทำได้ สิ่งนั้นจะมีผู้ถ่ายทอดวิชาต่าง ๆ ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ในยุค 4G / 5G ความรู้ เกีอบทุกอย่าง บนโลก อยู่บนมือถือ เพียงแค่ถาม Google  ก็จะมีคำตอบออกมามากมาย เมื่อเรารู้วิธีแล้ว ความกลัวที่จะทำสิ่งนั้นก็จะค่อย ๆ บางเบาลง กลายเป็นความ กล้า และ จะหมดสิ้นไปเมื่อลงมือทำจะเกิดผลสำเร็จ     

ความคิด เหมือนกัน แต่ ความหมายต่างกัน

                        ในแต่ละวันมีความคิด มากมายเข้ามาในหัว หรือ บางทีก็เป็นสิ่งที่สมองสร้างขึ้นมาเอง ทั้งเป็นเรื่อง เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น จะเที่ยงนี้กินอะไรดี หรือ วันหยุดจะไปเที่ยวไหนดี            บางครั้ง ขณะที่กำลังทำบางอย่างอยู่ ความคิดหรือจิตใจก็ลอยไปที่อื่น เช่นกำลังนั่งประชุมอยู่ ในจังหวะที่เรื่องที่คนอื่นพูดไม่เกี่ยวกับเรา บางครั้งก็มีความคิดอื่น ๆ เข้ามาในหัว ซึ่งเป็นการคิดถึง อนาคต หรือ เป็นเรื่องอดีตที่ผ่านมาแล้ว เป็นอย่างนี้อยู่บ่อยครั้งจนตอนนี้ เริ่มสังเกตุตัวเองได้ว่า กำลังคิดเรื่องอื่น หรือ ใจลอย อีกแล้ว  เลยพยายามดังสติกลับมาให้อยู่กับปัจจุบันมากที่สุด  หลังจากนั้นก็เก็บความสงสัยนี้ เรื่อยมาว่า อาการนี้คืออะไร      และแล้วก็พบคำตอบ เป็นคำตอบจากการฟังกูรู ท่านหนึ่ง ซึ่งบังเอิญเปิดเจอใน Facebook โดยจะแบ่งคำว่า ความคิด เป็น ภาษาอังกฤษ 2 คำดังนี้ 1. thought แปลว่า ความคิด 2. idea แปลว่า ความคิด จะเป็นว่าทั้ง 2 คำ แปลว่า ความคิดเหมือนกัน แต่ความหมายไม่เหมือนกัน ดังนี้ คำว่า thought เป็นความคิด เรื่อยเปื่อย อยู่ ๆ ก็คิด อยาก จะทำนั่น ทำนี่ ไม่มีแบบแผน ไม่มีความชัดเจน คล้าย

เป้าหมายที่สำเร็จ มาจาก เป้าหมายที่ไม่สำเร็จ

                  ช่วงใกล้ปีใหม่จะมี สิ่ง ๆ หนึงที่หลายคนมักจะพูดถึง ใน โซเชียวมีเดีย ต่าง ๆ คือ การตั้งเป้าหมายในปีต่อไป จะมี กูรู คนประสบความสำเร็จ หลาย ๆ คน ออกมาแสดงความเห็น หรือ แนะนำการตั้งเป้าหมาย ก้นหลายคน  เท่าที่เคยเห็นข้อมูล หลาย ๆ แหล่งจะมีคนบอกว่า คนส่วนใหญ่จะล้มเลิกเป้าหมาย ภายใน 2 สัปดาห์แรกของปี ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ หากเป้าหมายที่เราตั้งนั้นใหญ่เกินไป หรือไม่สามารถทำให้เสร็จภายในระยะเวลาอันสั้น เราก็อาจที่จะล้มเลิกไปก่อน             คนเรามีสิ่งที่ต้องการหลัก ๆ ในชีวิตไม่มีอย่าง เช่น มีที่อยู่อาศัย (บ้าน/ที่ดิน) มีรถขับ มีงานทำ มีครอบครัวที่อบอุ่น และ มีเงินใช้อย่างเพียงพอ  ต่อการดำรงชีวิต และ ซื้อของที่ต้องการได้โดยไม่เดือนร้อน          เนื่องจากมนุษย์เป็น สัตว์ที่มีความต้องการไม่สิ้นสุด ทำให้ เมื่อเรามีสิ่งที่ต้องการ หลัก ๆ ครบแล้ว เราก็มักจะแสวงหา สิ่งอื่น ๆ ที่มาเติมเต็มในด้านอื่น ๆ ของชีวิต เช่น ความสะดวกสบาย ความสนุก หรือ ซื้อของฟุ่มเพือย ตามความสนใจ ณ ขณะนั้น           จะเห็นว่า เป้าหมายคือ จุดหมายที่เราจะต้องเดินทางไป ยิ่งเป้าหมายใหญ่ ยิ่งอยู่ไกล ต้องใช้ความพยายา